1. อยากเปิดกิจการของตัวเอง แต่ไม่ทราบว่าควรจะเปิดในรูปแบบใด ระหว่าง ห้างหุ้นส่วนจำกัด และบริษัทจำกัด

2. ห้างหุ้นส่วนจำกัด และบริษัทจำกัด ต้องจดทะเบียนตราหรือไม่

3. สำหรับตราของห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือบริษัทจำกัด จะต้องมีชื่อห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทหรือไม่

4. มีการกำหนดทุนจดทะเบียนขั้นต่ำของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนไว้หรือไม่

5. ผู้เริ่มก่อการบริษัทต้องเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นตอนตั้งบริษัทด้วยหรือไม่

6. จะต้องระบุที่อยู่ของผู้เริ่มก่อการที่เป็นชาวต่างชาติว่าเป็นที่ใด

7. การจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล ต้องทำอย่างไรบ้าง

8. การเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลต้องทำอย่างไรบ้าง

9. กิจการใดบ้างที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

10. กิจการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว แต่ไม่มีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการในเดือนนั้นๆ ต้องยื่นแบบ ภพ.30 หรือไม่

11. การประกอบกิจการใดบ้างได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม

12. กิจการใดบ้างที่เข้าข่าย SMEs (วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม)

13. อยากทราบว่ากิจการ SMEs หรือบริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีทุนชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลา
     บัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราเท่าใด


14. นิติบุคคลทั่วไป หรือบริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่มีทุนชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลา
     บัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราเท่าใด


15. โปรแกรมเมอร์ที่ทำงานอิสระรับงานเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์
     จะสามารถหักค่าใช้จ่ายได้เท่าใดในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา


16. บริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล มีรายได้จากการจำหน่ายหนังสือจะต้องเสียภาษีอย่างไร

17. ชาวต่างชาติที่ทำงานในเมืองไทย ต้องเสียภาษีหรือไม่

18. ชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยสามารถนำภรรยาและบุตรมาหักลดหย่อนได้หรือไม่

19. ชาวบ้านขายสินค้า หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) จะต้องเสียภาษีหรือไม่

20. หากคำนวณภาษีแล้ว ไม่จำเป็นต้องเสียภาษีในปีนั้น ต้องยื่นแบบแสดงรายการต่อกรมสรรพากรหรือไม่
Q1: อยากเปิดกิจการของตัวเอง แต่ไม่ทราบว่าควรจะเปิดในรูปแบบใด ระหว่าง ห้างหุ้นส่วนจำกัด และบริษัทจำกัด

   A1: ก่อนอื่นต้องทราบความแตกต่างของนิติบุคคลทั้ง 2 แบบนี้ก่อน
          จากนั้นท่านจึงเลือกว่านิติบุคคลรูปแบบใดที่เหมาะสมกับธุรกิจของท่าน

   ลักษณะของห้างหุ้นส่วนจำกัด
   1. ประกอบด้วยผู้เป็นหุ้นส่วนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป
   2. มีหุ้นส่วน 2 จำพวก คือ
      (1) หุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด คือหุ้นส่วนซึ่งรับผิดจำกัด เพียงจำนวนเงินที่ตนรับว่าจะลงทุนในห้างหุ้นส่วนเท่านั้น
      (2) หุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด คือหุ้นส่วนซึ่งรับผิดในบรรดาหนี้สินทั้งปวงของห้างหุ้นส่วน โดยไม่จำกัดจำนวน
   3. ผู้เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ จะเป็นได้เฉพาะแต่ผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดเท่านั้น
   ลักษณะของบริษัทจำกัด
   1. แบ่งทุนออกเป็นหุ้นๆ ละเท่าๆ กัน
   2. ผู้ถือหุ้นรับผิดจำกัดเพียงเงินค่าหุ้นที่ยังส่งไม่ครบ
   3. มูลค่าของหุ้นๆ หนึ่งนั้น ต้องไม่ต่ำกว่า 5 บาท
   4. จำนวนผู้เริ่มก่อการอย่างน้อย 7 คน

Q2: ห้างหุ้นส่วนจำกัด และบริษัทจำกัด ต้องจดทะเบียนตราหรือไม่

   A2: สำหรับห้างหุ้นส่วนจำกัด ต้องจดทะเบียนตราด้วย แต่บริษัทจำกัด จะขอจดทะเบียนตราของบริษัทหรือไม่ก็ได้

Q3: สำหรับตราของห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือบริษัทจำกัด จะต้องมีชื่อห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทหรือไม่

   A3: ตรานั้นจะมีชื่อห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท ด้วยหรือไม่ก็ได้ แต่หากในดวงตรามีชื่อห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท
         ชื่อในตรานั้นต้องชัดเจนตรงกับชื่อที่ขอจดทะเบียนหรือตรงกับชื่อภาษาต่างประเทศที่ขอใช้
         และต้องมีคำแสดงฐานะของนิติบุคคลนั้นด้วย

Q4: มีการกำหนดทุนจดทะเบียนขั้นต่ำของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนไว้หรือไม่

   A4: ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้กำหนดมูลค่าหุ้นของบริษัทไว้ไม่น้อยกว่าหุ้นละ 5 บาท
         และจำนวนผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 7 คน ดังนั้นทุนจดทะเบียนขั้นต่ำสุดของบริษัท คือ 35 บาท
         ส่วนห้างหุ้นส่วนนั้น กฎหมายไม่ได้กำหนดทุนขั้นต่ำไว้

Q5: ผู้เริ่มก่อการบริษัทต้องเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นตอนตั้งบริษัทด้วยหรือไม่

   A5: ผู้เริ่มก่อการบริษัทนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นกรรมการของบริษัท แต่จะต้องเป็นผู้ถือหุ้นตอนตั้งบริษัทด้วย

Q6: จะต้องระบุที่อยู่ของผู้เริ่มก่อการที่เป็นชาวต่างชาติว่าเป็นที่ใด

   A6: การระบุที่อยู่ของผู้เริ่มก่อการ อาจแบ่งออกเป็น 2 กรณีคือ
         1. กรณีที่มีถิ่นอยู่อย่างถาวรในประเทศไทย และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านให้ระบุ ที่อยู่ในประเทศไทย ตามทะเบียนบ้าน
         2. กรณีที่มีถิ่นอยู่ในต่างประเทศ ให้ระบุที่อยู่ซึ่งสามารถติดต่อได้ในต่างประเทศ

Q7: การจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล ต้องทำอย่างไรบ้าง

   A7: การจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลจะต้องจดทะเบียนต่อกระทรวงพาณิชย์ จากนั้นจะต้องขอมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร
          และจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือภาษีธุรกิจเฉพาะแล้วแต่กรณีต่อกรมสรรพากร

Q8: การเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลต้องทำอย่างไรบ้าง

   A8: การเสียภาษีเงินได้จะเสียจากฐานกำไรสุทธิ หรือจากรายรับก่อนหักรายจ่าย
         โดยต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคล ภงด.50 และภงด.51 หรือภงด.52 ทุกปี

   สำหรับในแต่ละเดือนนั้น
   1. หากนิติบุคคลมีการเก็บภาษีเงินได้หัก ณที่จ่ายไว้ นิติบุคคลต้องยื่นแบบ
      ภงด.1, ภงด.3, ภงด.53 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป
   2. หากนิติบุคคลได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ นิติบุคคลต้องยื่นแบบ ภพ.30
      ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป และต้องจัดทำรายงานภาษีซื้อ รายงานภาษีขาย
      และรายการสินค้าและวัตถุดิบ(เฉพาะกิจการขายสินค้า)

Q9: กิจการใดบ้างที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

   A9: ผู้ประกอบการที่ขายสินค้าหรือให้บริการ ไม่ว่าจะประกอบกิจการในรูปของบุคคลธรรมดา
           คณะบุคคลหรือห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิใช่นิติบุคคล หรือนิติบุคคลใด ๆ
           หากมีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการเกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี
           มีหน้าที่ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

Q10: กิจการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว แต่ไม่มีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการ
         ในเดือนนั้นๆ ต้องยื่นแบบ ภพ.30 หรือไม่

   A10: ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 พร้อมชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี)
            เป็นรายเดือนทุกเดือนภาษี ไม่ว่าจะมีการขายสินค้าหรือให้บริการในเดือนภาษีนั้นหรือไม่ก็ตาม
            โดยให้ยื่นแบบภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป

Q11: การประกอบกิจการใดบ้างได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม

   A11: ผู้ประกอบกิจการ ขายพืชผลทางการเกษตร สัตว์ ไม่ว่ามีชีวิตหรือไม่มีชีวิต ปุ๋ย ปลาป่น อาหารสัตว์
            ยาหรือเคมีภัณฑ์ที่ใช้สำหรับพืชหรือสัตว์ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือตำราเรียน ฯลฯ

Q12: กิจการใดบ้างที่เข้าข่าย SMEs (วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม)

   A12: กิจการที่เข้าข่ายเป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือ SMEs คือต้องเป็น บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
           ที่มีสินทรัพย์ถาวรไม่รวมที่ดิน ไม่เกิน 200 ล้านบาท และ จ้างแรงงาน ไม่เกิน 200 คน

Q13: อยากทราบว่ากิจการ SMEs หรือบริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
         ที่มีทุนชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท
         ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราเท่าใด

   A13: สำหรับ SMEs เสียภาษีในอัตราร้อยละ 15 ของกำไรสุทธิส่วนที่ไม่เกิน 1 ล้านบาท
            อัตราร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิ ส่วนที่เกิน 1 ล้านบาทแต่ไม่เกิน 3 ล้านบาท
            อัตราร้อยละ 30 ของกำไรสุทธิ ส่วนที่เกิน 3 ล้านบาท

Q14: นิติบุคคลทั่วไป หรือบริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
           ที่มีทุนชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีเกิน 5 ล้านบาท
           ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราเท่าใด

   A14: นิติบุคคลทั่วไป เสียภาษีในอัตราร้อยละ 30 ของกำไรสุทธิ

Q15: โปรแกรมเมอร์ที่ทำงานอิสระรับงานเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์
         จะสามารถหักค่าใช้จ่ายได้เท่าใดในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

   A15: รายได้ที่ได้รับจากการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ สามารถหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้ในอัตราร้อยละ 40
           แต่ต้องไม่เกิน 60,000 บาท

Q16: บริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล มีรายได้จากการจำหน่ายหนังสือจะต้องเสียภาษีอย่างไร

   A16: รายได้จากการจำหน่ายหนังสือถือเป็นเงินได้เพื่อคำนวณกำไรสุทธิ โดยรายได้นี้ิ
           จะได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภาษีขาย) และภาษีซื้อที่เกิดจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายหนังสือ
           ไม่สามารถนำไปเครดิตภาษีขายได้ แต่สามารถนำไปเป็นค่าใช้จ่ายได้ทั้งจำนวน

Q17: ชาวต่างชาติที่ทำงานในเมืองไทย ต้องเสียภาษีหรือไม่

   A17: บุคคลไม่จำกัดว่าจะเป็นเชื้อชาติใด หรือสัญชาติใด หากมีเงินได้ที่ต้องเสียภาษีอันเกิดจากแหล่งเงินได้ในประเทศไทย
           มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในประเทศไทย

Q18: ชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยสามารถนำภรรยาและบุตรมาหักลดหย่อนได้หรือไม่

   A18: ผู้อยู่ในประเทศไทยและมีเงินได้จากแหล่งเงินได้ในประเทศไทยสามารนำภรรยาและบุตร
           มาหักลดหย่อนได้ไม่ต้องห้าม

Q19: ชาวบ้านขายสินค้า หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) จะต้องเสียภาษีหรือไม่

   A19: ชาวบ้านขายสินค้า หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
           และต้องยื่นแบบ ภงด. 90 และ แบบ ภงด. 94 และหากเงินได้จากปีนั้นเกิน 1,800,000 บาท
           จะต้องจดทะเบียนมูลค่าเพิ่มและเสียภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย

Q20: หากคำนวณภาษีแล้ว ไม่จำเป็นต้องเสียภาษีในปีนั้น ต้องยื่นแบบแสดงรายการต่อกรมสรรพากรหรือไม่

   A20: หลังจากที่คำนวณภาษีแล้ว ไม่มีภาระต้องเสียภาษีทั้ง ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
           ก็ยังคงต้องยื่นแบบแสดงรายการต่อกรมสรรพากร

กลับไปข้างบน
หน้าแรก | บริการของเรา | ลูกค้าของเรา | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อเรา | ถาม-ตอบ
Copy right 2005 © Executive Accounting Service Co.,Ltd.